วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

สุดสายรุ้ง ที่ภูลังกา

การมาเยือนภาคเหนือของนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวเย็น แต่วันนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในรูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในพื้นที่โครงการหลวง...........
ม่านหมอกของเช้าตรู่ต้นฤดูฝน ถูกขับไล่ให้สลายไปกับแสงแดด ยามเช้า แดดอุ่น สายเหมยและบทเพลงแห่งขุนเขา เริ่มลำนำทอท่วงทำนองเสียงเซ็งแซ่ของดนตรีธรรมชาติ ช่วยกันบรรเลง...ดอยภูลังกา ทอดตัวตระหง่านอยู่มานานแสนนาน มีเมฆหมอกคลอเคลียตามยอดเขาที่อยู่เบื้องหน้า มันเป็นภาพที่ให้ชีวิตชีวามาก การเดินทางสู่อ้อมกอดของป่าเหนือ ได้เริ่มขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่โครงการหลวงบ้านปังค่านำพาพวกเราสู่ ผาหลบภัย ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งกองกำลังของพรรคคอมมิวนิตส์ ผาหลบภัยนี้อยู่เชิงดอยภูลังกา ลึกเข้าไปในป่าดงดิบ ตามเส้นทางธรรมชาติ แทบจะไม่เห็นแสงตะวัน หุบเขาโอบล้อมด้วยเทือกเขาที่มียอดสูงทมึน ท่ามกลางความเขียวขจีของผืนดินที่มองดูลดหลั่นเป็นขั้นบันไดของพืชไร่ กระท่อม สองสามหลังมุงด้วยหญ้าคา สร้างกันอย่างง่าย ๆ คงจะเพื่อหลบฝนหลบแดดอากาศที่นี่จึงเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ ท่ามกลางธรรมชาติ แม้จะเยือกเย็นด้วยไอหมอกไอฝนก็ตาม แต่อบอุ่นด้วยสายใยแห่งความเป็นเพื่อนและมิตรภาพที่บริสุทธิ์ของผู้คนที่อาศัยอยู่เชิงดอย และไหล่เขา พวกเขาเป็นชาวดอยอพยพมาจากลาว ณ ที่นี่ครั้งหนึ่งเคยมีการปะทะกัน มีเสียงปืน เสียงระเบิดดังตลอดเวลา ด้วยเหตุที่ว่าบ้านเมืองเราในยุคนั้นเต็มไปด้วยความแปลกหน้าต่อกัน อำเภอปง เป็นอำเภอแห่งขุนเขาและชนเผ่า ถนนแต่ละสายสร้างขึ้นด้วยความยากลำบาก จากการรบกวนของผู้ที่ไม่หวังดี และ ไม่ต้องการให้ถนนเข้าไปเพื่อส่งเสบียงบำรุงทหารและนำความเจริญไปให้ เมื่อปี 2516 ข่าวการสู้รบอย่างหนักกับพรรคคอมมิวนิสต์ แต่... ปัจจุบัน ที่นี่สงบเงียบ ตั้งแต่หัวบ้านย่านตำบลเข้าถึงตัวอำเภอยังดูไม่ออกเลยว่าเป็นตัวอำเภอ อย่างไรก็ตามเมื่อสิ้นเสียงปืนสันติภาพก็เกิด ที่นี่จึงเป็นดินแดนที่สงบ และเพราะคำว่า “ ความสุขและเสรีภาพ” ที่นี่จึงเป็นแผ่นดินสุดท้ายของพวกเขา…. ฟ้าที่มืดครึ้มมาตั้งแต่เช้าก็เหมือนจะรับน้ำหนักก้อนเมฆไม่ไหว กลั่นตัวลงมาเป็นหยดน้ำ ทำให้ทางเดินในป่าบ้านน้ำคะ-สานก๋วย ลื่นไถล ความลำบากนั้นก็ทำให้เรารู้และได้ค้นพบว่า ชีวิตจริงนั้นแสนลำบากอย่างไร การดำรงอยู่ของคนกับป่า ก็เป็นความกลมกลืนของวิถีชีวิตที่ตั้งหลักแหล่งอยู่ในเทือกเขานี้มาหลายทศวรรษ สภาพธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์สมบูรณ์ มีลำธารที่เกิดจากน้ำตกน้ำคะ และน้ำตกผาผึ้งไหลผ่านแบ่งปันความเยือกเย็นทำให้มีรอยยิ้มที่ยังไม่ถูกกลืนหายไปกับความเร่งรีบใด ๆ ซึ่งคุณค่าของรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะหายากขึ้นทุกทีลำธาร สายน้ำตก สานสัมพันธ์คนกับป่า ท่ามกลางอ้อมกอดแห่งสายน้ำและขุนเขาและรอยยิ้มอันอบอุ่นของผู้คน ด้วยมิตรภาพสู่....ธรรมชาติ และ หมู่บ้านทางเดินธรรมชาติที่ยาวไปทางเหนือเริ่มสูงและชันขึ้น ผาหินก้อนมหึมาที่ดูเหมือนว่าจะเป็นถ้ำที่ผู้คนเข้าไปอยู่กันได้ เขาจึงเรียกว่า “ผาหลบภัย “ เมื่อปีนไต่ขึ้นมาถึงผาเงิบก็นั่งหอบ การเดินทางดูระหกระเหินและยาวไกล ที่ บนผาหินเป็นที่ราบและกว้างพอประมาณ ที่นี่คงจะเป็นฐานกองบัญชาการในอดีตมองไปทางใดก็จะเห็นไผ่อยู่เป็นหย่อม ๆ บางจุดก็เป็นหย่อมใหญ่ ต้นไผ่อยู่ระดับความสูงไม่มาก เราเรียกว่า“ป่าเบญจพรรณ“ ไม่ไผ่ ถ้าตัดมาใช้ประโยชน์บ้างก็เหมือนช่วยตัดแต่งกิ่งไม้ จะทำให้หน่อไผ่เจริญงอกงามยังประโยชน์ใช้สอยต่อไป แต่ถ้าไม่ตัด ไม่นำมาใช้สอยก็จะหักโค่นตามอายุขัย แถมยังทำให้เกิดไฟป่าได้ง่ายอีกด้วย การตัดไม้ไผ่เอาไปใช้สอย หรือการขุดหน่อไม้ ไม่ใช่เป็นการทำลาย อาจจะยังประโยชน์ให้ป่ายังคงอยู่ ยกเว้นการตัดจนเสียสมดุลย์ หนอนไผ่ก็เหมือนกัน หาแต่พอกิน ก็จะเกิดความสมดุลย์”มุมมองการใช้ประโยชน์ หากมองในมุมความงามแล้ว ไม้ไผ่นี่สวยไม่แพ้ใครเหมือนกัน ลำต้นเมื่ออยู่รวมกัน ยามเมื่อลมพัดไหว ลำไผ่ส่ายไปมาหรือแม้แต่ใบก็งดงามแฝงด้วยปรัชญา จะเห็นว่า ศิลปินจีนโบราณยังนิยมเขียนภู่กันเกี่ยวกับไผ่ทั้งนั้น......แดดอ่อนลง ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ดวงตะวันกำลังจะลับทิวเขา แผ่นดินกำลังคลายความร้อน ควันไฟจากการหุงต้ม ลอยมาจากหลังคาบ้านชาวดอยที่อยู่ไกลออกไป ความเงียบของขุนเขากำลังเริ่ม เสียงธรรมชาติของหมู่แมลงเริ่มกล่อมบรรเลง เด็กต้อนฝูงวัวข้ามลำธารกลับคืนสู่เหย้ายอดขุนเขาภูลังกาแสงแดดยังส่องสว่าง แต่ที่บ้านน้ำคะกำลังจะมืด หนุ่มสาวชาวม้งเดินไปตามไหล่เขาผิวปากเป็นเพลงชาวดอยขณะลมภูเขาพัดมาอ่อย ๆ อากาศเริ่มเย็น ลมอ่อน ๆ โชยมานำละอองฝนมาด้วย ทำให้รู้สึกหนาวขึ้นมาทันใดไออุ่นจากกองไฟที่ช่วยกันสุมก็ลุกโชติ พอจะช่วยบรรเทาความเย็นที่อยู่รายรอบตัวในคืนท้องฟ้าข้างแรม มันเป็นคืนเดือนมืดที่มืดสนิท ดวงดาวระยิบระยับประดับอยู่เต็มท้องฟ้า ความมืดเบื้องบนจึงกลายเป็นความงามที่เฝ้ามองดูไม่รู้เบื่อ....ฉับพลันหมู่ดวงดาวก็ถูกเมฆดำบดบัง แล้วสายฝนก็โปรยลงมากลางดึกนั้น นำความชุ่มฉ่ำมาให้กับชาวสวนชาวไร่………เส้นทางเดินธรรมชาติสู่ยอดดอยภูลังกาเป็นเส้นทางสู่ขอบฟ้า นำพาความฝันของนักเดินทางสู่จุดหมาย มันเป็นเรื่องที่ดีในยุคสมัยที่ว้าเหว่ แต่เรามีเพื่อนเดินทางที่เข้าใจ และมองเห็นจุดหมายปลายทางเดียวกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น